.....“ สำนักดาบจ้าวราม ” ชมรมต่อสู้ป้องกันตัว แผนกอาวุธไทย (ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๑ - ๒๕๒๙) เมื่อเข้าเรียนนอกจากจะได้ เรียนวิชาการป้องกันตัวแล้ว รุ่นพี่ ๆ ยังได้บอกเล่า กล่าวขานถึงประวัติความเป็นมาของสำนักดาบแห่งนี้ว่า วิชาของ "สำนักดาบจ้าวราม ” นี้ เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของนักดาบจากสำนักต่าง ๆ (นักดาบพเนจร) อาทิเช่น สำนักดาบพุทไธสวรรค์, สำนักดาบพละศึกษา, สำนักดาบบ้านพรานนก, สำนักดาบผดุงศิษย์, สำนักมีดสั้นทอง, สำนักดาบอาทมาต, ฯลฯเป็นต้น ที่เข้ามาศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง (พ.ศ. ๒๕๑๘) แล้วช่วยกัน ปรับปรุงคิดค้น เอาจุดเด่นในวิชาของแต่ละสำนัก มารวมกัน เพื่อถ่ายทอดวิชาของแต่ละท่าน ให้ไว้กับศิษย์น้องรุ่นต่อ ๆ กันมา วิชาของสำนัก นี้จึงมีมิติที่หลากหลายในพื้นฐานการฝึกฝน แม่ไม้ ลูกไม้ หลักดาบ กลยุทธ์ กลศึก สุดแท้แต่ผู้ใดจะเก็บเกี่ยวเอาประโยชน์ จากครู หรือรุ่นพี่ที่ถ่ายทอดได้ โดยเริ่มด้วยการเรียน

ดาบสองมือ
วิถีทางของดาบสายนี้ มีทั้งรับนอกและรับใน รับกว้างและรับแคบ ฟันวงกว้าง และฟันวงแคบ การควงดาบมีทั้ง วนศีรษะ วนหน้า และวนหลัง (ฟันพร้อมป้องกันศีรษะ และฟันพร้อมป้องกันหลัง) พื้นฐานการฟันดาบ ที่เป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่าง จากสำนักอื่น ๆ อีกประการหนึ่งคือ “ การฟันแบบพรหมสี่หน้า “ เป็นการฟันหน้าและหลังพร้อม ๆ กัน ในเสี้ยววินาทีเดียว ที่กล่าวนี้เป็นพื้นฐาน มิใช่กลยุทธ์ ถ้าเป็นกลยุทธ์ อาจหนุน ๑ รอบได้ครบทุกทิศ
ในหนึ่งคราว (สังเกต กลยุทธ์ ต้องหมุนเท้า ก้าวเหลี่ยม วนมือ แขนและนับเป็นวินาที) แต่การฟันแบบพรหมสี่หน้านี้เป็นเพียงพื้นฐาน รับในรุก ที่ผู้เขียนไม่เคยพบเห็น จากที่อื่นเลย ยิ่งฝึกแตกฉาน ยิ่งมีมิติ ที่ไร้ขอบเขตจำกัด ในดาบสองมือจะเน้นรับนอก แบบสามเหลี่ยม เมื่อเริ่มคล่องแล้ว จึงจะมีรับในผสมนอก
ย่างสามขุม สำนักดาบจ้าวราม มีระบบการสอนการเดินย่างสามขุม ที่มีจุดเด่นอยู่ประการหนึ่งคือ การวิ่งฟัน และการเคลื่อน เป็นวงอย่างไร้ทิศทาง ซึ่งเมื่อผู้เรียนฝึกจนคล่องกัน การออกดาบสองมือ ในลักษณะพันลำแล้ว จะทำให้ วิถีของ อาวุธในมือ หมุนวน เคลื่อนไปในทุกทิศทุกทาง ครอบคลุมตัว ด้วยรัศมีของดาบ ฯลฯ
ดาบเดี่ยว
เมื่อจบดาบสองมือ จึงจะเริ่มฝึก วิชาดาบเดี่ยว (ดามมือเดียว) ซึ่งต้องใช้ทักษะเท้าย่างสามขุม และจังหวะการออกอาวุธ จากดามสองมือเป็นปฐม และเพิ่มเติม ไม้เกร็ดการรับ ที่ต้องรับทั้งนอกและใน กว้านบ่วง วงเดือน บัวคว่ำ บัวหงาย ขณะรับนอกและในตามที่กล่าว ต้องวนดาบควงดาบ จึงเกิดเป็นแนวเลข 8 ตั้ง 8 นอน 8 เฉียง 8 ตาม(ตามเกร็ด) 8 ทวน(ย้อนเกร็ด) ไปทุกวิถีเช่นเดียวกับดาบไทยทั้งหลายทั่วๆไป ดาบจ้าวรามเน้นตี ที่รวดเร็ว หนักหน่วง รุนแรง ตีลวง ตีกล่อม ให้เพลิดเพลิน จริงเป็นเท็จ เท็จเป็นจริง หมุนเปลี่ยนเวียนวนไม่รู้จบ
สุดแต่ปัญญาของครูแลศิษย์จะตีความ ฝึกฝนจนเข้าถึง เคล็ดต่าง ๆ “ พึงอย่าเห็นในสิ่งที่เห็น แลพึงเห็นในสิ่งที่ไม่เห็น ”
หลักสูตรมีดสั้น
เมื่อผ่านกระบวนการฝึกดาบขั้นพื้นฐาน โดยเริ่มที่ดาบสองมือก่อนและตามด้วยดาบเดี่ยว(กระบี่) ขอเน้นว่าเป็นเพียงพื้นฐาน มิใช่เจนจบเรื่องวิชาดาบ ศาสตร์ไทยโบราณมีที่เหมือนกันอยู่อย่างคือ ยิ่งเรียนยิ่งไม่จบ ยิ่งเรียนยิ่งเหมือนยิ่งรู้น้อย เมื่อจบหลักสูตรดาบเดี่ยวแล้ว หลักสูตรที่ทุกคนระทึกใจและเฝ้ารอเฝ้าฝันของเราเหล่าศิษย์ก็คือ “ หลักสูตรมีดสั้น ” เป็นหลักสูตรที่เข้มข้นมาก มีการเก็บตัวเข้าแค้มป์เป็นเดือน ฝึกกันแต่เช้าตรู่ ตีห้า ยันมืดค่ำผู้ฝึกจะได้
ความคล่องตัว ไม่มีการยกเว้นไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นหญิงหรือชาย ต้องทำเหมือนกันเสมอกัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

.....มีดสั้นนับว่าเป็นอาวุธที่สั้นสังเกตเห็นยาก รวดเร็ว ฉับไว ดุจเขี้ยวดุจเล็บเสือ แหลมคมและอันตราย ทุกเสี้ยววินาที ผู้เข้ารับการฝึกต้องผ่านการ เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก่อน ถึงจะได้เข้าฝึกสัปดาห์นรกนี้ เมื่อจบหลักสูตรมีดสั้น ทุกคนที่ผ่านการฝึก จะเปรี่ยมไปด้วย ความมั่นใจ สมาธินิ่ง ตาเป็น ประกายกล้า ดูนิ่งสงบ แต่ประสาททั่วตัวตื่นพร้อมมีความว่องไวปราดเปรียวตอบรับสถานการณ์รอบข้างอย่างเต็มที่ เหมือนเสือระแวงไพร ฯลฯ

* (ครูแปรง เข้าศึกษาวิชาอาวุธไทย “เจ้าราม” ในปี ๒๕๒๐ – ๒๕๒๕ และทำกิจกรรมร่วมกับชมรมฯ มาอย่างต่อเนื่อง กว่า ๒๕ ปี จนถึงปี ๒๕๔๕ เมื่อเริ่มโครงการก่อตั้ง มูลนิธิมวยไทยไชยา ครูแปรง จึงหันมามุ่งทำกิจกรรม มูลนิธิฯ และได้วางมือ จาก กิจกรรม ชมรมฯ อาวุธไทย “เจ้าราม” แต่ก็ส่งศิษย์ไปสอน มวยไชยาอยู่ หากมีเวลาว่าง ครูแปรง ก็จะแวะเวียน เข้าไปให้ ความรู้ ที่ชมรมฯ อยู่เสมอ ๆ )